1 kiss 100 millions [ 2 ]

posted on 13 Feb 2011 23:26 by honeyhappy

Title : 1 Kiss 100 millions     

Pairing : TOP*GD 

Rating : TOPGD                                               

Author’s note :  ถ้าเป็นไปตามพล็อตก็น่าจะ 6 ตอนจบ ( ห๊ะ!?  o[]O!!!!!!~ )

ส่วนเรื่องไวน์ปี 1988 รสชาติดีที่สุดนี้ก็ไรเตอร์จิ้นเองนะคะ = =b

 

                                                                        

 

 

ณ สตูดิโอใจกลางกรุงโซล แสงแฟต เสียงกดซัตเตอร์ ล้อมรอบร่างที่เปล่งออร่าสว่างไสวยิ่งกว่า

พระอาทิตย์ยามเช้า

“ เงยหน้าขึ้นอีกนิดครับ....โอเค... ”

เสียงของตากล้องสั่งนายแบบนักร้องไอดอลในชุดคอเลคชั่นปลายฤดูใบไม้ร่วง แข่งกับเสียงเพลงจังหวะสนุกๆเพื่อสร้างอารมณ์ร่วม

ใบหน้าคมสันขยับไปตามความต้องการเรื่อย ๆ เขารู้สึกสนุกกับงานชิ้นสุดท้ายก่อนพัก

หลังจากหมดโปรโมทอัลบั้ม...... 

 

..I’m break It down down down down down
Break it down down Break it Break it down
~.. .


ดวงตาเรียวตี่ๆแต่ชวนมองหันจ้องเขม็งที่ร่างต้นเสียงที่ทำลายสมาธิในการทำงานของเขาด้วยเพลงของศิลปินคู่แข่งทันที แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับมาคือใบหน้าบ๊องแบ๋วไม่รู้ร้อนรู้หนาว แถมขยิบตายั่วให้เกิดโทสะมากยิ่งขึ้น

ร่างโปร่งหลบออกมาจากกลุ่มสไตลิสต์ก่อนกดรับสายพลางเดินหามุมปลอดคน

“ สวัสดีฮะ ”

(( ซึงรีนี่เชคยองนะ ))

“ เชคยอง! ” มือเล็กยกขึ้นป้องปากอัตโนมัติเมื่อรู้สึกว่าตนเองส่งเสียงดังเกินไป

(( ..พี่จียงเป็นยังไงบ้าง ))

“ หลังจบงานแต่งก็ถูกคุณซึงฮยอนพาไปฮันนีมูนเลย ฉันก็ยังติดต่อไม่ได้เหมือนกัน แล้วตอนนี้เธออยู่ที่ไหน ? ”

(( ปารีส..กับคุณพ่อ.. แต่อีกไม่นานก็จะกลับแล้ว ถ้าติดต่อพี่จียงได้บอกเขาด้วยว่าฉันกำลังหาเงิน เพื่อเอาไปคืน.. ))

“ ตั้ง 100 ล้านนะตีค่าเป็นเงินบาทนะไม่ใช่เงินวอน! เชคยองเธอจะหามาคืนเขาไหวเหรอ!? ”

(( ...ไหวสิ..ไม่ว่าจะต้องทำยังไง ฉันก็จะไม่ยอมให้พี่จียงลำบากอยู่คนเดียว และตอนนี้ฉันก็ได้เงินมาพอสมควรแล้ว ))

“ อย่าบอกนะว่าเธอเข้าคาสิโนน่ะ! ”

(( ฉันอยู่ที่ตลาดประมูลไวน์ต่างหากล่ะ ))

“ ไวน์ ? ”

(( ..อืม ไวน์รสชาติดีที่สุดในปี 1988 และหายากที่สุดต้องขอบคุณคุณแม่ที่เก็บรักษาเอาไว้เป็นอย่างดี ..เอ่อ...ซึงรีแล้วฉันจะโทรหาใหม่นะ..... ))

“ เดี๋ยวเชคยอง!!! ” เสียงของร่างโปร่งแทบจะกลายเป็นตะโกน แต่ก็ไม่อาจรั้งคนปลายสายเอาไว้ได้ เขากำเครื่องมือสื่อสารในมือแน่น.....

เชคยอง.....แล้วเธอล่ะสบายดีมั้ย ?

 

“ ลีซึงรี!! แอบมาอู้คุยโทรศัพท์เร๊อะ!!! ไปซับหน้าให้คุณแทยังเดี๋ยวนี้นะ!!!!!!~ ” เสียงร้องจิกจากพี่สาวร่วมสายเลือดทำให้คนเป็นน้องกลอกตาเซ็งกับอารมณ์ที่ถูกทำลาย

.....จะให้ซับอะไรนักหนา เหงื่อไม่ได้ออกซักหยด = =

“ ครับ ๆ พี่ฮโยริ ” แต่ก็ต้องวิ่งตามหลังเข้าไปด้านในอย่างขัดขืนไม่ได้

เงาสะท้อนใบหน้าคมสันจากกระจกบานใหญ่แสดงถึงความไม่พอใจฉายชัด ไม่ได้ทำให้ร่างโปร่งใส่ใจคนนั่งรอแม้แต่น้อย

“ พี่ เชคยองโทรมาล่ะ ? ” เรียวปากบางพูดพลางมือก็ส่งอุปกรณ์แต่งหน้าให้เมคอัพมือหนึ่งไปพลาง เฉียดปลายจมูกไอดอลคนดังไปนิดเดียว

“ พวกเขาอยู่ไหนกัน ”

“ ปารีส ” มือเล็กช่วยกดซับเหงื่อ(?)ตามไรผมด้านข้างที่ไถเกรียน ลีฮโยริหยุดมือก่อนหันควับมามองอย่างไม่เชื่อหู

“ ยังจะมีอารมณ์ไปช็อปปิ้งกันอีก! ” เรียวปากแดงเผลอแผดเสียงอย่างลืมตัวจนคนนั่งตรงกลางระหว่างพี่น้องตระกลูลีผงะตัวออกห่างจนติดพนักเก้าอี้

“ ไปหาเงินมาไถ่ตัวพี่จียงต่างหากล่ะ ”   

“ ไถ่ตัว...โถ่~ ป่านนี้จียงจะถูกทำอะไรไปบ้างแล้วก็ไม่รู้ ! ” ลีฮโยริมีสีหน้าเศร้าสร้อยรู้สึกเห็นใจในชะตากรรมของรุ่นน้องหน้าใสจับใจ

ร่างโปร่งเบนสายตาจากพี่สาวคนสวยที่เข้าโมดโศก มองสบกับดวงตารีเรียวที่ไม่มีแววเป็นมิตรกันตรง ๆ

“ จ้องแบบนี้เค้าเขินนะตัวเอง~ ” ก่อนจะบีบเสียงเล็กเสียงน้อยใส่ท่าทางจริตเกินจริง พลางวางมือแหมะไว้บนมัดกล้ามแขนล่ำ ๆ

“ อย่ามาเม้าท์กันน้ำลายกระเด็นใส่หน้าผมจะได้มั้ยครับ! ” มือหนาปัดมือเล็กออกให้พ้นตัวก่อนลุกออกไปเปลี่ยนชุดต่อไปด้วยท่าทีเย็นชา

“ ขอโทษค่ะ ” หญิงสาวคนเดียวเอ่ยปากขอโทษศิลปินหนุ่ม “ เมื่อไหร่จะเลิกแกล้งเป็นกระเทยต่อหน้าเขาซักที พี่ไม่อยากได้น้องสาวหน้าตาเหมือนสัตว์สงวนที่เสฉวนหรอกนะ ”

ลีซึงรียักไหล่ไม่ตอบคำ ก็การเจอกันครั้งแรกกับคนๆนั้นที่ดูเหมือนจะเกลียดพวกเกย์ โอโม หรือ...

กระเทย! มันไม่ค่อยน่าประทับใจเท่าไหร่……

ผมไม่ได้เป็นแบบนั้นซักหน่อยก็แค่มีแม่กับพี่สาวเป็นเมคอัพอาร์ติส แล้วผมจะเป็นบ้างมันแปลกตรงไหน มันอยู่ในสายเลือดน่ะเข้าใจมั้ย! คุณซุปเปอร์สตาร์!!!!!!!!!~

 

 

 

 

กิ่งไม้ถูกใช้ขีดเขียนลงบนทรายละเอียดแต่เมื่อคลื่นซัดกระทบฝั่ง ข้อความก็ถูกลบเลือนหายไป พื้นน้ำทะเลซับแสงสีทองเป็นประกายระยิบระยับทำให้นึกถึงตอนเด็กๆที่คุณแม่พามากับเชคยอง เราสามคนมีความสุขกันมากถึงคุณพ่อจะมัวทำแต่งานจนมาด้วยไม่ได้ แต่ตอนนั้นสำหรับผม คือครอบครัวที่อบอุ่นในความทรงจำอันมีค่า

แล้ว...ตอนนี้เชคยองกับคุณพ่อ พวกเขาไปอยู่ที่ไหนกันนะ ?

“ พี่จียง คืนนี้เราหนีไปด้วยกันเถอะ ”

“ ถ้าทำอย่างนั้นคุณพ่อจะลำบาก ”

“ ทีคุณพ่อยังไม่สนเลยว่าพี่จะต้องเจอกับอะไรบ้าง!!!...แล้ว..วันพรุ่งนี้.... ”

“ หลังจากพิธีแต่งงานพี่จะบอกความจริงว่าไม่ใช่เธอ....คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง? ก็บ้านนั้นเขายอมให้แต่งงานใช้หนี้ก็น่าจะยอมให้ทำงานใช้หนี้ได้เหมือนกัน ”

“ พี่จียง...ฉันไม่รู้ว่าคุณพ่อแค้นอะไรคนบ้านนั้นแต่คุณพ่อตั้งใจมาตั้งแต่แรกแล้วแน่ๆว่าจะให้พี่แต่งงานกับลูกชายคนเดียวของคุณชเว ถ้าพวกเขาโกรธขึ้นมาพี่ก็ต้องแย่อยู่คนเดียวนะสิ!

....ความแค้นเหรอ ?

ใบหน้าหวานซบลงบนหัวเข่า แขนเรียวโอบกอดตัวเองรู้สึกเหนื่อยล้าจับใจ.....

“ ถ้าเราหนีไปด้วยกัน... ” ผมคงไม่ต้องมานั่งเหงาอยู่คนเดียว พวกเราไม่เคยห่างกันนานขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้พบกันอีกหรือเปล่าด้วยซ้ำ....

ความรู้สึกโดดเดี่ยวกำลังกัดกร่อนความพยายามที่จะทำใจให้เข้มแข็งของผมลงทุกที ๆ    

“ หนีตามกัน เขาไม่ใช้กับคนที่แต่งงานกันแล้วหรอกนะ ” เสียงทุ้มกระซิบริมหูบาง ลมหายใจที่รดต้นคอขาวทำให้ใบหน้าใสร้อนผะผ่าว....อย่างไม่มีสาเหตุ

“ คุณ ม..มาตั้งแต่เมื่อไหร่!? ” ร่างบางพยายามปรับน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือเก็บกลืนน้ำตาแห่งความอ้างว้างกลับสู่ภายใน

ชเวซึงฮยอนลุกยืนเต็มความสูงก่อนช่วยฉุดดึงแขนเรียวให้ลุกตาม

“ ตั้งแต่เธอนั่งเหม่อมองพระอาทิตย์ขึ้นนั้นแหละ เอ๊ะ! ร้องไห้ใช่มั้ย! ” เขาเกลี่ยนิ้วมือปาดเช็ดน้ำตาชื้นบนแพขนตาเรียวให้เบาๆ

“ ม..ไม่ได้ร้อง ”

“ โกหก จมูกยังแดงอยู่เลย ” ...ผมถูกกอดปลอบอย่างอ่อนโยน กลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

“ คิดถึงคนที่บ้านหรือไง? ครอบครัวเธอไปอยู่ต่างประเทศกันหมดเลยนี่ ”

ก็แค่ถูกทิ้งอีกครั้งหลังจากถูกพ่อแม่ที่แท้จริงซึ่งผมไม่เคยรู้ว่าเป็นใครทอดทิ้งไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่ผมก็อยากจะขอบคุณพวกเขาที่ทำให้ผมได้พบกับคุณแม่ที่แสนจะใจดีที่รับผมมาเลี้ยง ผู้หญิงที่น่ารักที่สุดในโลกของผม คนแรกในชีวิตที่ผมรักที่สุด....แม้ตอนนี้ท่านจะไม่ได้อยู่ข้างๆผมอีกต่อไปแล้วก็ตาม ...

....แต่ผมก็ยังคงมีเชคยอง....      

“ จากนี้ไปครอบครัวของเธอก็คือฉัน....ไม่ว่าเมื่อไหร่ฉันก็จะอยู่ข้าง ๆ เธอแบบนี้เสมอ ”

ผมกระชับอ้อมแขนตัวเองโอบกอดคนตัวโตกว่า...  

“ .....เราจะต้องอยู่ที่นี้อีกกี่วัน ”

ไม่อยากจะยอมรับว่าผมอยากจะซึมซับความอบอุ่นจากผู้ชายคนนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แต่.....ยิ่งเขาดีกับผมมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งกลัว…

“ ถ้าเบื่อที่นี้เราไปอยู่ที่โรงบ่มไวน์ที่ยองดง มีลูกกันซักคนแล้วค่อยกลับไปพบกับคุณแม่กันนะ ”

“ .....!!!? ”

 

                                                  

 

จะรักษาความลับนี้ไว้ได้นานแค่ไหน ?

เรากำลังหนีกันอยู่หรือเปล่า ?  หนีจากความจริง........ที่มันกำลังวิ่งตามอยู่ทุกวินาที

 

วิวทิวทัศน์สองข้างทางเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ผมเห็นทุ่งกว้างแทนหาดทราย ทั้งนาข้าวทั้งไร่องุ่นสีเขียวไกลสุดสายตา

“ ดื่มไวน์หรือเปล่า ? ” คนทำหน้าที่สารภีเอ่ยถามผมทำลายความเงียบ

“ ไม่ ผมฝังใจ กับสารคดีที่เคยได้ดูตอนเด็กๆ ”

“ ...สารคดี!? ” เขาคงงงว่ามันเกี่ยวกันยังไง ผมเลยพูดต่อ

“ ผู้ชายฝรั่งวัยกลางเขาเปลื่อยหมดทั้งตัวแล้วลงไปแช่ ในถังที่มีองุ่นอยู่เกือบถึงอก แล้วก็ย้ำไปเรื่อยๆเพื่อคั้นน้ำองุ่นออกมา มัน..... ”

“ วิธีแบบนั้นอาจจะเป็นเคล็ดลับของรสชาติที่ไม่เหมือนใคร บ้างบ้านใช้เท้าเหยียบ ”

ผมเห็นเขาอมยิ้มนิดๆ ดวงตาสีนิลเป็นประกาย เส้นผมสีดำขลับเหมือนขนกาถูกจัดทรงมาอย่างดี...

“ ภาพมันติดตาจนทำใจดื่มไม่ลง  แต่ผิวเขาใสมากทั้งที่แก่แล้ว คุณทำแบบนั้นด้วยหรือเปล่า ? ”

“ เธอกำลังคิดว่าฉันแก่ !? ”

“ ไม่ ” ผมส่ายหัวปฏิเสธแต่ก็อดขำตาคมที่เบิกกว้างคล้ายตกใจนั้นไม่ได้ “ ฉันแค่สงสัยว่าคุณจะใช้วิธีแบบเก่าผลิตไวน์บ้างหรือเปล่า ”

“ ไม่หรอกน่าถ้าทำแบบนั้นก็ส่งออกไม่ทันกันพอดี ไวน์จากข้าว ไวน์จากโสมก็มีน่ะ ”

เราพูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องไวน์ที่ผมไม่เคยคิดจะสนใจมากก่อน แต่เขากลับบอกว่าผมควรจะเข้าใจเรื่องพื้นฐานไว้บ้างเผื่อคุณแม่เขาถามผมจะได้พอตอบได้ เหมือนการทดสอบเป็นสะใภ้บ้านชเวเลย.. ยิ่งคิดผมก็ยิ่งรู้สึกประหม่า กลัวว่าแค่เห็นหน้าผมท่านก็ให้สอบตกแล้ว วันดูตัวผมไปถึงช้าจำสถานที่นัดไม่ได้เพราะทำสมุดบันทึกหาย เลยไม่ได้พบคุณแม่ของคุณซึงฮยอน ท่านตกลงกับคุณพ่อเรียบร้อยแล้วจึงกลับไปก่อน เชคยองเองก็ไม่ได้พูดอะไร....

คุณซึงฮยอนจอดรถยนต์ระหว่างทางก่อนเขาจะถอยหลังไปใกล้ ๆ รถจิ๊บสีขาวที่จอดอยู่ข้างทาง

เจ้าของรถท่าทางลำบากกำลังสำรวจเครื่องยนต์ที่กระโปรงหน้า

“ รออยู่ในรถก่อนนะ ”

ผมมองตามหลังร่างสูงจากกระจกมองข้าง พวกเขาน่าจะรู้จักกัน ผู้ชายคนนั้นยิ้มจนตาเป็นสระอิ ผิวสีแทนดูล่ำสัน แต่ตัวเล็กทันทีเมื่อยืนข้างๆคุณซึงฮยอน...

ฝ่ามืออุ่นที่เคยเช็ดน้ำตาให้ผมกำลังขยี้เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนจนยุ่งไม่เป็นทรง รอยยิ้มกริ่มที่ผมเห็นอยู่ทุกวันวาดอยู่บนใบหน้าคม

 

...เขาใจดีกับทุก ๆ คน หรือเปล่านะ ?

 

ซักพักเขาก็วิ่งกลับมาหาผม

“ ลูกชายเจ้าของไร่ข้าง ๆ น่ะ รู้จักกันมาตั้งแต่ยังเด็ก ๆ ให้เขาติดรถไปด้วยนะ ”

ผมพยักหน้าตอบตกลง รู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่เขามาขออนุญาตผมก่อน

แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้เจอกับชายคนนั้น รถยนต์ยุโรปสีแดงสดก็เข้ามาจอดข้างๆรถจิ๊บคันนั้นอย่างจงใจ สาวสวยผมยาวในชุดเซ็กซี่ไม่เข้ากับสถานที่ก้าวขาเรียวในรองเท้าส้นสูงมายืนข้าง ๆ คุณซึงฮยอน เธอมารับชายตาหยีแต่ก่อนจะไปเธอหอมแก้มคุณซึงฮยอนเสียฟอดใหญ่ ต่อหน้าต่อตาผมที่ได้แต่มองผ่านกระจก!!

....จากที่ผมคิดว่าจะยอมยกเชคยองให้กับผู้ชายที่ผมคิดเอาเองว่าแสนดี ผมว่าตอนนี้ผมเปลี่ยนใจแล้วล่ะ!!!!!

 

 

เรามาถึงบ้านหลังสวยของตระกูลชเวที่ยองดงในเวลาเย็นพระอาทิตย์ย้อมบ้านสีขาวจนอมส้มแดงท่ามกลางขุนเขาผมชอบบรรยากาศของที่นี้จัง

“ คุณหนู~ ” ผมหันมองตามเสียงเรียกปนความรักใคร่จากคุณป้าร่างท้วมที่ดังมาก่อนที่พวกเราจะก้าวลงจากรถซะอีก

“ ฮึ!... ” ผมกลั้นเสียงหัวเราะก็มันอดขำไม่ได้ คำว่าคุณหนูดูจะไม่เข้ากับลักษณะภายนอกของเขาซักนิด

“ ป้าครับอย่าเรียกแบบนั้นสิ ”

“ แหมก็มันติดปากนี้คะ แล้วนี้คุณเชคยองใช่ไหมคะ ” คุณป้าหันมาสนใจผม

“ ค..ค่ะ ” ผมว่าผมเห็นเขาแอบหัวเราะนะ

“ ป้าชื่อกึมยองนะคะ คุณหนูโชคดีจังค่ะมีภรรยาน่ารักขนาดนี้ ” ผมยิ้มตอบป้ากึมยองที่ดูใจดี อาจจะเป็นเพราะเสื้อโค้ตสีชมพูที่ช่วยทำให้ผมดูเป็นผู้หญิงในสายตาคนอื่นได้ต่อไป

ผมได้รู้วีระกรรมซนๆตอนเด็กของคุณซึงฮยอนระหว่างทางเข้าบ้าน คุณป้ากึมยองเล่าให้ฟังด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

“ ป้าไปพักเถอะครับ อาหารเย็นเดี๋ยวผมลงมือเอง ”

“  ช่วงเวลาของคู่รักสินะคะ ป้าไม่อยู่ขัดจังหวะก็ได้ค่ะ ”

“ คุณซึงฮยอน ฉันช่วยนะ ” ผมถอดโค้ตทิ้งไว้บนโซฟาแล้วตามคนตัวสูงเข้ามาในครัว

“ ทำอะไรง่าย ๆ กัน ”

สปาเก็ตตี้คาโบนารา ง่ายตรงไหน เครื่องปรุงเยอะแยะไปหมดผมสงสัยอยู่ในใจเงียบๆระหว่างรอน้ำเดือดเพื่อต้มเส้น

คุณซึงฮยอนทั้งทอดเบคอน ทั้งทำซอสอย่างเชี่ยวชาญ

“ ถ้าน้ำเดือดก็ใส่น้ำมันมะกอกกับเกลือลงไป ” ผมโรยเกลือลงไปในน้ำตามที่เขาบอก เส้นค่อยๆจมลงไปในหม้อเกือบทั้งหมด ผมตักเส้นสปาเก็ตตี้ขึ้นมาดูว่าสุกหรือยังเส้นนึง แต่ก็ไม่แน่ใจนัก

คุณซึงฮยอนบิเส้นจากผมออกไปซักสองข้อนิ้วมือ แล้วเขาก็ดีดมันใส่กระจกใสของหน้าต่างห้องครัว

“ ถ้าเส้นแปะติดกับกระจกก็ใช้ได้แล้ว ”

“ เอ๋!? ” ผมลองดูบ้างตั้งใจเล็งเต็มที่ก่อนจะส่งแรงลงไป “ ..เย้...ติดแล้ว ~ ”   

เราแข่งกันดีดเส้นให้ได้ที่สูงที่สุดจนกระจกเต็มไปด้วยสปาเก็ตตี้เส้นสั้น ๆ และคนที่แพ้จะต้องล้างจานของมื้อนี้

แล้วมือใหม่อย่างผมก็ชนะใส ๆ

.....การทำอาหารเป็นเรื่องสนุกดีเหมือนกันผมพึ่งเคยรู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรก....

 

หลังมื้อเย็นผมช่วยยกถังน้ำแข็งเล็กๆที่แช่ไวน์ฟองเย็นเฉียบมาวางไว้บนเคาน์เตอร์ข้างๆ ร่างสูงที่ดูดีทีเดียวกับผ้ากันเปื้อนสีขาว ฟองน้ำ และกลิ่นน้ำยาล้างจาน

ผมรินไวน์สีชมพูอ่อนใสใส่แก้วทรงสูงเกิดพรายฟองผุดพราวขึ้นเป็นสาย สิ่งที่ผมปฏิเสธที่จะดื่มมันตั้งแต่แรก ตอนนี้กลับวางไม่ลง

เพราะในครัวไม่มีเก้าอี้ให้นั่งผมจึงถัดตัวขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์ คิ้วเข้มของคนแพ้พนันเลิกขึ้นข้างนึงอย่างสงสัย

มือเรียววางแก้วทรงสวยบนพื้นหินอ่อนสีดำมันวาวที่ไร้ฝุ่นเพราะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

“ เจ้าของบ้านยังล้างจานอยู่ จะให้ขึ้นไปก่อนได้ยังไง ”

ความจริงน่าจะเป็นเพราะรสเย็นๆนุ่มๆนี้ต่างหากที่ดึงผมเอาไว้ มันหวานซ่าอยู่ในปาก ดื่มไปเรื่อย ๆ ก็รู้สึกเพลินดีเหมือนกัน ผมเห็นเขามองเหมือนอยากจะดื่มด้วยก็เลยยกแก้วใสจรดริมฝีปาก...

....เรามองสบตากัน....

ในความเงียบที่ไร้บทสนทนา....

....ในบรรยากาศที่ผม...อยากจะลองหยุดเวลาเอาไว้แค่ตรงนี้..... ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ?

 

หรือ เป็นเพราะผมกำลังเมา......ล่ะมั้ง ?

 

 

ปลายเส้นผมสีอ่อนที่เปียกชื้น ใบหน้าใสที่ดูงัวเงียในเสื้อชุดนอนลายกระต่ายสีขาวดำ กลิ่นหอม ๆจากร่างบางที่พึ่งอาบน้ำเสร็จทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะเข้าไปกอด หัวกลมเอนซับลงบนไหล่ของผมอย่างว่าง่าย...

เกินคาด อาจจะเริ่มชินกับสัมผัสของผม ซึ่งก็เป็นเรื่องน่าดีใจไม่น้อย

เขายืนนิ่งๆให้ผมกอดอยู่ซักพักลมหายใจที่เข้าออกสม่ำเสมอจากปลายจมูกรั้นเหมือนกับกำลังจะบอกผมว่าเขาหลับไปแล้ว

คงเบลอจากฤทธิ์ไวน์แล้วคิดว่าผมเป็นตุ๊กตาตัวใหญ่ ๆ หรือเปล่านะ ?

 

เสียงโทรศัพท์มือถือของผมที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะ ทำให้จียงตื่นแล้วงัวเงียไปนอนต่อที่เตียง...

เป็นภาพที่น่ารักซะจนไม่อยากจะกดรับเจ้าคนปลายสายที่ช่างโทรมาได้ถูกเวลาเหลือเกิน

...เพื่อนสนิทคนดังของผม ‘ แทยัง ’

 

(( ถามอะไรหน่อยสิวะ ? ))

แทยังเปิดประเด็นทั้งที่ผมยังไม่ทันได้กล่าวคำทักทาย “ สำคัญมากมั้ย ? ”

(( มาก ตอนนี้มึงอยู่กับใคร ? ))

“ เมียกู ”

(( ...ควอนเชคยอง ))

“ ก็ใช่นะสิ ”  

(( แล้วมึงจะกลับมาจากฮันนีมูนวันไหน ? ))

“ ...โซลนะเหรอ กูคงกลับไปไม่ได้ซักพัก ”

(( ทำไมวะ ? มึงพูดเหมือนกำลังซุกซ่อนของผิดกฎหมาย ))

“ คงเป็นกฎหมายบ้านกู ตอนนี้กูอยู่ที่ยองดง ”

(( ไร่องุ่นที่ยองดงน่ะนะ ))

“ อืม ”

(( ...ก็ดี...กูได้ยินเรื่องแปลกๆ มาเดี๋ยวจะไปถามมึงถึงที่เลย ))

 

 

 

 

 

tbc

............................................................................

คอมยังไม่เป็นอะไรมากค่ะ แต่คงต้องอัพเดทตัวแอนตี้ไวรัสบ่อย ๆ

อีกไม่กี่นาทีก็ 14 ก.พ แล้ว

แฮปปี้วาเลนไทน์นะคะทุกคน ^^

หวังว่าพี่ท็อปกับควอนลีดเดอร์จะสวีทหวานเผื่อสาวกที่ยังโสด >//< ~

 

 

 

edit @ 13 Feb 2011 23:43:58 by honey

edit @ 13 Feb 2011 23:48:57 by honey